วิธีการรักษาและป้องกันการเกิดท้องผูก

ท้องเสีย

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีอาการ ท้องผูก เป็นประจำ วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการรักษาและป้องกันการเกิดท้องผูก เพื่อให้นำไปปฏิบัติกันค่ะ ที่มีอาการท้องผูกนั้นจะรู้ดีว่าเป็นอะไรที่ทรมานสุดๆ จะรู้สึกอึดอัด อยากจะถ่ายก็ถ่ายๆไม่ออก จะรู้สึกท้องอืด ปวดท้อง หรือเกิดอาการจุกเสียดร่วมด้วย นอกจากนั้นยังจะทำให้เราเกิดสิวได้ง่ายด้วยค่ะ เพราะระบบขับถ่ายทำงานไม่เป็นปกติ

การที่เกิดอาการท้องผูกบ่อยๆ จะบ่งบอกถึงการทำงานที่ผิดปกติของระบบลำไส้ใหญ่ และถ้าเพื่อนๆเป็นบ่อยๆ อาจจะส่งผลให้เกิด โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และ ริดสีดวงลำไส้ ได้ค่ะเพื่อนๆไม่ควรจะใช้ยาถ่ายหรือยาระบายใดๆนะคะ เพราะไม่ใช่วิธีที่ดีนักค่ะ เพื่อนๆ ควรดื่มน้ำเยอะๆ และรับประทาน ผักและผลไม้ หรืออาหารที่มีกากใยมาก ๆ รวมไปถึงข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท เป็นต้น เพราะอาหารดังที่กล่าวมานี้จะช่วยเพิ่มเส้นใยและช่วยให้ขับถ่ายได้

ถ้ามื้อใดที่เพื่อนๆต้องรับประทานเนื้อสัตว์มากๆ ควรจะแกล้มด้วยผักเยอะๆ และเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน ไม่ควรจะรีบรับประทานเพราะจะทำให้อาหารไม่ย่อยค่ะ เมื่อปวดอุจาระ ก็ควรจะเข้าห้องน้ำทันที ไม่ควรกลั้นไว้เด็ดขาดค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้ท้องผูกแล้ว ยังจะทำให้ร่างกายดูดซึมของเสียกลับไปใช้อีกด้วยค่ะ ที่สำคัญคือ เพื่อนๆควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา เพียงเท่านี้ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องท้องผูกมารบกวนใจแล้วค่ะ

วิตามินบีบำรุงร่างกาย

วิตามินบี1 จะพบวิตามินบี1 ได้ในอาหารจำพวก ตับ รำข้าว ข้าวซ้อมมือ กระเทียม ถั่วลิสง เป็นต้น วิตามินบี1 จะช่วยในเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเพื่อนำไปเป็นพลังงานต่อไป ที่สำคัญคือมีผลต่อการทำงานของ ระบบประสาท หัวใจอีกด้วยค่ะ วิตามินบี2 พบมากใน ไข่ เนื้อสัตว์ ตับ ผักใบเขียว นมเป็นต้นค่ะ สำหรับเพื่อนๆ ที่มีสิว วิตามินบี2 จะช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ดีค่ะ และยังเป็นปัจจัยสำคัญของการหายใจระดับเซลล์ ช่วยในการมองเห็น ช่วยบำรุงผิวหนัง ผม และ เล็บได้ค่ะ วิตามินบี3 พบได้ในเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ จมูกข้าว และ ขนมปังโฮลวีล ค่ะ สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบดื่มสุราเป็นประจำ วิตามินบี3 จะช่วยลดความอยากดื่มสุราได้ค่ะ และยังช่วยบรรเทาคอเลสเตอรอลสูง ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ บรรเทาสิวชนิดผื่นแดงอักเสบอีกด้วยค่ะ วิตามินบี5 พบได้ในอาหารจำพวก?ถั่วลิสงไม่ปรุงรส งา อะโวคาโด แอปเปิล เป็นต้นค่ะ วิตามินบี5 มีความจำเป็นต่อปฏิกิริยาชีวเคมี ช่วยในการทำงานและการสร้างฮอร์โมนของต่อมหมวกไตใน ถ้า … Read More

ระบบประสาทแข็งแรงด้วยวิตามินบี1

การที่เรามีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงส่งผลให้ไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียนได้ง่ายๆ และการที่จะมีสุขภาพที่ดีนั้นนอกจากจะต้องออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอแล้ว เรายังต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไปค่ะ ปัจจุบันเพื่อนๆ หลายๆท่านคงเคยได้ยินเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเสริมเพื่อบำรุงร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไปที่มีอยู่อย่างมากมาย ที่สำคัญคือมีราคาที่สูงใช่ได้เลยล่ะค่ะ สำหรับวันนี้เรามีเคล็ดลับในการทำให้ร่างกายของเพื่อนๆแข็งแรงด้วย วิตามินบี1 มาฝาก กันค่ะ ซึ่งวิตามินบี1 อยู่ในอาหารชนิดต่างๆที่เรารับประทานกัน โดยที่ไม่ต้องซื้ออาหารเสริมแพงๆมารับประทานเลยค่ะ วิตามินบี มีอยู่หลากหลายชนิด แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงวิตามินบี1 กันค่ะ วิตามินบี1 สามารถพบได้ในอาหารจำพวก งา ตับ เต้าหู่ ถั่วลิสง ถั่วแระ รำข้าว สาหร่ายทะเล ข้าวซ้อมมือ กระเทียม หรือแม้แต่ข้าวที่มีจมูกข้าวติดอยู่ก็อุดมไปด้วยวิตามินบี1 เช่นกันค่ะ ถ้าเพื่อนๆ ขาดวิตามินบี1 จะทำให้เพื่อนๆเครียดได้ง่ายเหมือนคนมีอาการทางประสาทเลยทีเดียวค่ะ หรือการที่เพื่อนๆเป็น ตะคริว หรือเหน็บชาบ่อยๆนั่นก็ใช่เช่นกันค่ะ เพราะวิตามินบี1?มีความจำเป็นในการสร้างสารสื่อสัญญาณประสาท และมีความจำเป็นต่อสุขภาพของระบบประสาท รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี1 ด้วยนะคะ เพื่อระบบประสาทที่แข็งแรงค่ะ

รู้รอบปลอดภัยกับโรคไข้เลือดออก

ในฤดูฝนโรคที่ฮิตฮอตกันมากมายนั่นก็คือโรคไข้เลือดออกนั่นเองค่ะ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงสาเหตุ อาการ และการป้องกัน เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกกันค่ะ เพื่อนๆ อย่าได้นิ่งนอนใจไปนะคะ ว่าแค่ยุงกันนิดเดียวไม่อันตราย แต่รู้หรือไม่ว่าอาจจะเสี่ยงเป็นโรคไข้เลือดออกกันได้ง่ายๆเลยล่ะค่ะ โรคไข้เลือดออกสามารถติดต่อได้จากคนสู่คนโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคนั่นเองค่ะ โดยที่ยุงตัวเมียจะกัดและดูดเลือดของผู้ป่วยซึ่งมีเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก และเชื้อจะเข้าไปฟักตัวและเพิ่มจำนวนในยุง ที่สำคัญคือสามารถถ่ายทอดเชื้อให้คนที่ถูกมันกัดได้ค่ะ อาการของโรคไข้เลือดออกจะแบ่งเป็นสามระยะ คือระยะแรกผู้ป่วยจะมีไข้สูงเกือบตลอดเวลาและอาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามลำตัวประมาณ2-7 วัน ระยะที่สองไข้จะเริ่มลดลงปัสสาวะออกน้อย อาจมีเลือดออกง่าย อุจจาระมีสีดำเวลา และอาจเกิดอาการช็อกได้ ระยะนี้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง ส่วนระยะสุดท้ายอาการต่างๆจะเริ่มดีขึ้น ผู้ป่วยรู้สึกอยากรับประทานอาหาร ความดันโลหิตสูงขึ้น ชีพจรเต้นแรงขึ้นและช้าลง ปัสสาวะมากขึ้น บางคนอาจมีผื่นแดงและมีจุดเลือดออกเล็กๆ ตามลำตัว ถ้าหากไม่ได้เป็นหวัด แต่มีไข้ตัวร้อน ควรรีบไปพบแพทย์ด่วนนะคะ จะเห็นได้ว่าโรคไข้เลือดออกนั้นเป็นโรคที่น่ากลัวเลยทีเดียวค่ะ ดังนั้นเพื่อนๆ ควรจะระมัดระวังและป้องกันด้วยการกำจัดแหล่งน้ำที่ยุงลายจะเพาะพันธุ์ได้ เช่น อ่างบัว โอ่งน้ำที่ไม่มีฝาปิด แจกันดอกไม้เป็นต้นค่ะ เพียงเท่านี้ก็จะปลอดภัยจากยุงลายแล้วค่ะ

บำรุงสมองด้วยปลาและเห็ดหอม

  อาหารทุกชนิดล้วนแล้วแต่มีประโยชน์และสรรพคุณในการบำรุงร่างกายที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารนั้นๆ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงอาหารบำรุงสมองสองชนิด ได้แก่ ปลา และ เห็ดหอม เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายท่าน คงจะรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมเพื่อบำรุงสมองกันอยู่ แต่เพื่อนๆจะหาซื้ออาหารเสริมแพงๆทำไม เพราะในอาหารที่เรารับประทานอยู่เป็นประจำเช่นปลาและเห็ดหอม ก็อุดมไปด้วยวิตามินบี ซึ่งส่งผลให้สมองเราดีอยู่แล้ว ควรรับประทานปลาสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และควรเลือกปลาที่มีกรดไขมันประเภท โอเมก้า3 เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาสวาย ปลาช่อนเป็นต้นค่ะ เพื่อลดการอุดตันของเส้นโลหิต และยังป้องกันโรคข้อต่ออักเสบ ที่สำคัญคือ การที่ รับประทานปลาเป็นประจำ จะช่วยให้สมองดีและฉลาดอีกด้วยค่ะ การที่เพื่อนๆนำเห็ดหอมมาปรุงอาหาร จะได้ประโยชน์มากกว่าการรับประทานเห็ดหอมสกัดนะคะ เห็ดหอมอุดดมไปด้วย วิตามินดี วิตามินบี1 และวิตามินบี2 อย่างมากมาย ส่งผลให้ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้นทำให้สมองสดชื่นและปลอดโปร่ง นอกจากนั้น ในเห็ดหอมยังมีสารต้านมะเร็ง มีสารลดคอเลสเตอรอล และมีสารที่ต่อต้านเชื้อไวรัสได้ค่ะ และวิตามินดังที่กล่าวมาจะส่งผลให้ หลับสบาย อาหารย่อยง่าย ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ชะลอความชรา บำบัดโรคไมเกรน โรคหลอดลม โรคหอบหืด และลดความเมื่อยตึงของกล้ามเนื้อ เห็นสรรพคุณของเห็ดหอมขนาดนี้แล้ว ควรจะรับประทานเห็ดหอมเป็นประจำและในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนะคะ