อบอาบสมุนไพร4.1

เคยซื้อตู้อบสมุนไพรมาตู้หนึ่งรู้สึกว่าใช้แล้วคุ้มมากใช้มาประมาณ 10 ปีแล้วใช้เป็นประจำอย่างน้อยที่สุดสัปดาห์ละครั้ง เพราะช่วยให้รู้สึกสดชื่น เมื่อไหร่รู้สึกว่าเหนื่อยล้าก็จะช่วยลดภาวะความเครียด ช่วยปรับสภาพผิวให้เปล่งปลั่ง  ขับของเสียออกทางเหงื่อ เมื่ออบแล้วจะรู้สึกว่าร่างกายสะอาด เป็นรางวัลที่ให้กับร่างกายที่เราใช้เขามานานแล้ว ใครที่ยังไม่เคยดูแลตัวเองด้วยวิธีนี้ลองดูสิค่ะ รับรองว่าจะติดใจแน่นอน เริ่มแรกหากยังไม่มั่นใจว่าจะใช้จริงหรือเปล่า เพราะถ้าซื้อมาแล้วใช้ครั้งสองครั้งกลายเป็นที่พาดผ้าไปก็ไม่คุ้ม  ก็ลองไปใช้ตามสถานที่บริการต่างๆก่อนก็ได้    แต่ส่วนตัวเองใช้จนติด เมื่อได้ย้ายมาอยู่ต่างจังหวัดของใช้ในบ้านรายการตู้อบสมุนไพรจึงเป็นสิ่งที่ต้องมีใช้ในอันดับแรกๆ

การอบตัวด้วยสมุนไพรเป็นการนำเอาสมุนไพรลงไปต้มในหม้อ แล้วส่งไอผ่านเข้าไปในตู้อบ นับว่าเป็นความโชคดีของคนไทยที่มีสมุนไพรสารพัดอย่าง ส่วนจะใช้สมุนไพรตัวไหนก็แล้วแต่ว่าในการอบครั้งนั้นเราอบเพื่ออะไร โดยทั่วไปจะแบ่งสมุนไพรออกเป็น 4 กลุ่มคือ

อบอาบสมุนไพร1

สมุนไพรสด 4 กลุ่ม

 

1.กลุ่มสมุนไพรที่ดีต่อผิวหนัง เช่น

1.1 กลุ่มที่ช่วยให้คราบไคลหลุดออกได้ง่าย ทำให้ผิวสะอาดสดใส คือกลุ่มสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว เช่น

มะขาม ส้มป่อย ผักเสี้ยน ใบกาหลงขาว ใบเปล้าหลวง

1.2 กลุ่มที่ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง สิว ฝ้าหรือผิวที่มีการติดเชื้อหรือแพ้สารเคมีบางอย่าง เช่น ใบเสลดพังพอน ใบยอ ใบหญ้านาม ใบตำลึง ผักบุ้งแดงหรือผักบุ้งนา ใบพลู ใบหนุมานประสานกาย เหงือกปลาหมอ ขมิ้นชัน

1.3 กลุ่มที่ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น เช่น ไพล ขมิ้นอ้อย ขมิ้นชัน ว่านนางคำ ว่านสาวหลง ว่านมหาเมฆ

2.สมุนไพรที่ช่วยระบบหายใจ เช่น    ตะไคร้ ผิวมะกรูด ใบมะกรูด ใบยูคาลิปตัส ใบมะนาว ใบอบเชย ใบกุ่มน้ำ
ขี้เหล็กทั้ง 5 เล็บครุฑ ใบแคแดง เปลือกและใบของต้นพญาสัตบรรณ หัวหอม ใบไผ่  ลูกยอดิบ ใบสะเดา ใบกะเพรา ว่านน้ำ ใบสะระแหน่ ใบแค ใบแมงลัก
           3.สมุนไพรให้สารระเหยที่มีกลิ่นหอมทำให้จมูกโล่ง บำรุงหัวใจ รักษาโรคผิวหนัง เช่นการบูร พิมเสน

           4.สมุนไพรช่วยเฉพาะด้าน เช่น

               ช่วยขับพิษไข้ เช่น ใบสะเดา ใบบอระเพ็ด เปลือกและใบของต้นพญาสัตบรรณ  ใบโมกมัน ใบกะทกรก ใบรากจืด ดอกม่วง และดอกขาว ฝักส้มป่อย ผัก

ใช้รักษาโรคผิวหนัง  เช่น ผักบุ้ง เหงือกปลาหมอ ทองพันชั่ง สำมะงา

ใช้แก้หวัด คัดจมูก   เช่น หัวหอม หัวเปราะหอม

ใช้ลดอาการอักเสบบวม น้ำเหลืองเสีย แก้เหน็บชา เช่น  ผักบุ้ง  ผักชีล้อม

ถ้าอยากให้ได้ทุกจุดประสงค์เราก็เลือกสมุนไพรทุกกลุ่ม บ้านไหนที่พอมีพื้นที่เราก็ปลูกไว้ในบ้านเลย เพราะ

การใช้สมุนไพรสดจะดีกว่าที่ไปซื้อตากแห้งแบบสำเร็จรูปมาใช้

  การอบและอาบสมุนไพร

1.ใช้น้ำสะอาดที่ผ่านการกรองแล้ว ใส่ลงไปครึ่งหม้อต้ม ต้มให้เดือด

2. นำสมุนไพร  ตัวอย่างที่ใช้วันนี้ มะขาม ยอดส้มป่อย ใบตำลึง ขมิ้นชัน ใบมะนาว ตะไคร้ ใบสะระแหน่ ผักบุ้ง และหัวหอมกับสะเดาไม่มีในรูปใส่ในถุง (สมุนไพรที่ต้องการหั่นเป็นชิ้นเล็กใส่ในถุง ) เพราะน้ำจะได้ไม่เปื้อนห้องน้ำ เมื่ออบเสร็จจะได้นำน้ำไปอาบต่อโดยไม่

สกปรกห้องน้ำ ปกติจะใช้ถุงผ้าฝ้าย เพราะสามารถใช้ขัดตัวได้ แต่วันนี้อยากให้เห็นว่าข้างในมีสมุนไพรอะไร จึงใช้ถุงที่ซื้อมากรองน้ำสำรองแทน ข้อเสียของถุงแบบนี้คือใช้ขัดตัวไม่ได้

อบอาบสมุนไพร2

ถุงจะช่วยกรองเศษสมุนไพร ถ้าใช้ไปอาบต่อในห้องน้ำ ห้องน้ำจะไม่สกปรก

ตัวอย่างถุงที่ใช้แล้ว ซึ่งสามารถใช้ขัดตัวได้

อบอาบสมุนไพร3

ถ้าใช้ถุงแบบนี้จะเอาไปขัดตัวต่อได้

หาทำเลที่ตั้งตู้อบสวยๆ จะได้ผ่อนคลาย สบายกายสบายใจ ที่บ้านตั้งไว้ที่ระเบียงชั้น 2 ( บ้านมี 3 ชั้น )

อบอาบสมุนไพร8

หาทำเลสวยๆ ตั้งตู้อ

 

อบอาบสมุนไพร9

 

3.ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นหรือไม่ใส่เลย แต่อย่างไรก็ควรใส่เสื้อยกทรง เพราะมิเช่นนั้นหากอบบ่อยๆ อาจจะทำให้ทรงคล้อยได้ หาเสื้อยกทรงเก่ามาใช้เพื่อการนี้สักหนึ่งตัว เพราะอาจจะมีกลิ่นสมุนไพรติดบ้าง

4.เมื่อไอน้ำเต็มที่ให้ยื่นหน้า แขนขา เข้าไปโดนไอน้ำ แต่ละส่วนอย่างสม่ำเสมอก่อน เพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกาย ก่อนจะเข้าไปทั้งตัว โดยเฉพาะผู้ที่อบใหม่

5.ในขณะอบสมุนไพรถ้ารู้สึกอึดอัด ให้ออกมานอกกระโจมอย่าทนอบต่อ

6.ควรอบประมาณ 15-20 นาทีอย่าอบนานเกินไป เพราะอาจจะทำให้ร่างกายเสียเหงื่อและเกลือแร่มากเกินไป จะทำให้อ่อนเพลีย ซึม ถ้าเป็นมากอาจช็อคได้

7.เมื่อเสร็จจากการอบให้ใช้น้ำสมุนไพรอบใบหน้าต่อ โดยเปิดฝาหม้อใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมศรีษะ อังหน้าบนหม้อห่างประมาณ 1 ฟุต ให้ได้ไอน้ำแต่ไม่ร้อน  ถ้าอังไปสักครู่น้ำไม่ค่อยร้อนแล้ว ใช้วิธีเป่าปากลงไปที่น้ำก็จะเกิดไอน้ำขึ้นมาอีก

8.อบใบหน้าเสร็จเสียบปลั้กหม้อต้มต้มต่อ จนน้ำสมุนไพรเดือดอีกครั้ง ใช้น้ำนี้ไปผสมน้ำอุณหภูมิปกติพออุ่นๆ

หรือถ้ามีเครื่องทำน้ำอุ่นนำน้ำสมุนไพรนี้ไปผสมกับน้ำอุ่น เพื่อใช้น้ำสมุนไพรอาบ ให้เวลากับตนเองอาบน้ำแบบสบายๆ หรือถ้ามีกาละมังขนาดใหญ่ลงไปแช่ได้เลย

แล้วคุณจะรู้สึกโล่ง สะอาด สบาย ผ่อนคลาย เป็นความสุขง่ายๆที่คุณมอบให้ตนเองได้โดยไม่ต้องรอใครค่ะ

สมุนไพรหม้อนี้ คุ้มมากมายตั้งแต่อบตัว  อบหน้าและอาบทั่วเรือนร่าง แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขหาได้ง่ายๆ ในบ้านเราเองค่ะ

หลังจากอาบน้ำแล้ว จนร่างกายอยู่ในภาวะปกติให้อาหารที่ดีแก่ร่างกายชดเชยการเสียแร่ธาตุ

อบอาบสมุนไพร7

หลังจากอบให้สารอาหารที่ดีแก่ร่างกาย

ในภาพเป็นน้ำผักปั่นใส่พริกหวานแดง-เหลือง บีทรูท วอเตอร์เครส เชอร์รี่ดอย งาขาว เก๋ากี้ พุทราจีน เมล็ดแฟล็กซีด  มะนาว น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาและน้ำสะอาด

ข้อควรปฏิบัติในการอบสมุนไพร

1.ปฏิบัติตามคู่มือที่มากับตู้อบอย่างเคร่งครัด

2.บุคคลเหล่านี้ไม่ควรอบไอน้ำ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคไต  โรคปอด อ่อนเพลีย เป็นโรคติดเชื้อ ไข้ทับระดู ไข้ขึ้นสูง

*ใครยังหาตู้อบไม่ได้ ก็อาบไปก่อนก็ได้ค่ะ โดยใช้หม้อสะอาดต้มสมุนไพรบนเตาที่เราทำครัวทุกวัน  แล้วยกไปอังหน้าในห้องน้ำแล้วใช้อาบแทนก็ได้ค่ะ*

ประโยชน์ของการอบสมุนไพรค่ะ

° ช่วยขับของเสียที่มากับมลภาวะเป็นพิษ และไขมันออกมา

° การไหลเวียน โลหิตดีขึ้น

° ช่วยกระจายเลือดลม และช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ

° ทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี่กระเปร่า แจ่มใส

° ทำให้ผิวพรรณดูมีเลือดฝาดช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล

° ร่างกายมีการเผาผลาญสารอาหารเพิ่มขึ้น

° โรคหรืออาการที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการอบสมุนไพร เช่นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดที่อาการไม่รุนแรง

° สามารถใช้ได้ทั้งคุณแม่หลังคลอดที่ต้องการลดน้ำหนักโดยใช้ต่อจากสูตรหลังคลอดโดยไม่มีผลต่อน้ำนมแม่หรือคุณแม่ที่คลอดมานานแล้ว หรือผู้ที่ยังไม่เคยมีบุตร

° เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย เพราะของเสียต่าง ๆ ในร่างกายจะได้ขับออกมาในรูปของเหงื่อ จึงช่วยลดปัญหาผิวหมองคล้ำ สิว ฝ้า ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

       

 

 

Tagged with:

Filed under: ธรรมชาติธรรมชาติบำบัดบทความเกียวกับสุขภาพรู้รอบสมุนไพรอาหารสุขภาพ

Like this post? Subscribe to my RSS feed and get loads more!